รอบ 1 สัปดาห์ติดโควิดรวม 62,032 ราย วันนี้คลัสเตอร์ตลาดติดเชื้อมากที่สุด

วันที่ 7 ก.พ. 2565 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่ยังเป็นไปตามการคาดการณ์และยังสามารถควบคุมได้ แม้จะมีการติดเชื้อหลักหมื่นต้นๆ แต่อัตราเสียชีวิตค่อนข้างคงตัว ระบบสาธารณสุขในปัจจุบันยังรองรับได้ และถึงการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ติดแล้วอาจจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย แต่การไม่ติดเชื้อจะดีที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ยังคงเคร่งครัดในมาตรการทางสาธารณสุข รวมถึงเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังฉีดเข็มที่ 2 ครบ 3 เดือนแล้ว

ในส่วนของผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. – 5 ก.พ. 2565 ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานมียอดผู้ติดเชื้อรวม 62,032 ราย โดยวิเคราะห์รายละเอียดผู้ติดเชื้อพบว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 20-49 ปี

สำหรับปัจจัยเสี่ยงผู้ติดเชื้อในประเทศ แบ่งเป็น คลัสเตอร์ต่างๆ ไปสถานที่เสี่ยง และอื่นๆ 48.4%, ติดเชื้อจากคนใกล้ชิด 47.3%, บุคลากรทางการแพทย์ 0.7% และผู้ที่ตรวจ ATK เป็นบวกแล้วไปยืนยันด้วย RT-PCR อีก 3.6% ในส่วนของอาการป่วยจากข้อมูล 32,758 ราย พบว่ามีอาการป่วยหรือป่วยเล็กน้อย 54.86% และไม่มีอาการ 45.1%

ทั้งนี้ คลัสเตอร์ที่ยังพบการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องมีทั้งงานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน งานศพ งานบวช ที่แม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากในแต่ละคลัสเตอร์ แต่สายพันธุ์โอมิครอนมีประสิทธิภาพแพร่กระจายสูง ทำให้มีการแพร่ไปยังครอบครัวซึ่งมีอัตราการติดเชื้อ 40-50% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตาจะอยู่ที่ 10-20% พร้อมย้ำว่ามาตรการส่วนบุคคลยังป้องกันโควิดได้ทุกสายพันธุ์

ขณะที่การติดเชื้อในกรุงเทพมหานครที่วันนี้มีรายงาน 1,391 ราย ในจำนวนนี้มีคลัสเตอร์สถานดูแลผู้สูงอายุ 25 ราย และที่ประชุมในช่วงเช้าที่ผ่านมายังขอให้มีการรายงานอย่างรวดเร็วหากพบผู้ติดเชื้อเพราะอาจจะมีจำนวนค้างรายงานอยู่ราว 200-300 ราย

ทางด้านคลัสเตอร์อื่นๆ มีการรายงานดังนี้

แพทย์หญิงสุมนี ระบุต่อไปว่า การระบาดของคลัสเตอร์ตลาดที่ผ่านมาจากการสอบสวนโรคเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. สถานที่ ไม่ระบายอากาศ มีคนหนาแน่น 2. ไม่เคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล ไม่มีจุดคัดกรองและเจลแอลกอฮอล์ 3. แรงงานในตลาดทำงานหลายที่ มีการเคลื่อนย้ายค่อนข้างบ่อย อาจจะเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบ มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อและแพร่ระบาดไปยังผู้มาใช้บริการได้ จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนและทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะการติดเชื้ออาจจะมาจากการสัมผัสธนบัตร ผักผลไม้ ถุงพลาสติก ป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือจ่ายเงินแบบออนไลน์ อยู่ในสถานที่ที่คนไม่แออัดให้ได้มากที่สุด.