วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
อำนาจเจริญ
  • อำนาจเจริญ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • อำนาจเจริญ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
อำนาจเจริญ
No Result
View All Result
Home ข่าว

คอลัมน์การเมือง – ความปกติใหม่ ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ

อำนาจเจริญ by อำนาจเจริญ
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 พื้นที่ทั่วประเทศไทยจะถูกประกาศยกเลิกการเป็นพื้นที่เฝ้าระวังจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั่นอาจหมายความว่า

ประเทศไทยไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 อีกต่อไป แต่มิได้หมายความว่าเชื้อโรคนี้จะหมดไปจากประเทศไทย เพราะการมีเชื้ออยู่ มิได้หมายถึงการแพร่ระบาดของเชื้อ แต่หมายความว่าประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อได้ในระดับที่ทำให้เชื่อว่าเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรงอีกต่อไป แต่ไม่ได้รับรองว่าจะไม่มีใครในประเทศนี้ติดเชื้อโควิด-19

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานเมื่อวันที่17 มิถุนายน ว่า ล่าสุดนี้ ปัญหาโควิด-19 ในไทยอยู่ในระยะขาลง เพราะฉะนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม จึงมั่นใจว่าประเทศไทยน่าจะอยู่ในช่วงระยะหลังการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 (post pandermic) แต่ถึงกระนั้น ก็ยังขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังดูแลตัวเองให้ห่างไกลและรอดพ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้ดีเหมือนเดิมต่อไป


จากข้อเท็จจริงที่บ่งชัดคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วประเทศของไทย จำนวน 50 จังหวัด พบว่ามีปัญหาประชาชนติดเชื้อโควิด-19 ลดลง แม้จะยังพบว่าบาง

จังหวัดอาจจะยังมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อยเช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต อุบลราชธานี ชัยนาท ตราด ยโสธร อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ สตูล ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร กระบี่ และพิจิตร

แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ประเทศไทยยกเลิกมาตรการ ลงทะเบียน Thailand Pass ให้กับชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทย และยกเลิกการคัดกรองการวัดอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงยกเลิกการกำหนดเงินประกันต่างๆ เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย แต่ทั้งนี้ผู้เดินทางเข้าไทยจะต้องแสดงเอกสารว่าได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบจำนวนแล้ว และต้องแสดงผลการตรวจเชื้อว่าร่างกายไม่มีเชื้อโควิด-19 

การผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยนั้น มีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น เพราะในยามนี้ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ (อันที่จริงต้องบอกว่ารัฐบาลไทยต้องการ) มากเป็นอันดับแรกคือ เงินตราจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายมหาศาลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย 

ดังนั้น หากรัฐบาลไทยยังคงตั้งเงื่อนไขต่างๆ นานามากมายจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ก็หมายความว่าโอกาสที่ไทยจะได้รับเงินตราต่างชาติก็จะลดน้อยลงไป เพราะชาวต่างชาติจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวในประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ต่างจากประเทศไทย แต่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 

ต้องยอมรับว่ารายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้ประเทศไทยมีรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงประเทศได้ในระยะ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา 

เมื่อดูจากตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวประจำปี 2564 พบว่าแม้ในยามที่โลกทั้งโลกรวมถึงไทยประสบปัญหาจากโควิด-19 อย่างรุนแรงมาก แต่ไทยก็ยังได้รายได้จากการท่องเที่ยว 3.84 ล้านบาท โดยแยกเป็นรายได้จากคนไทยที่เที่ยวไทยด้วยกันเองเป็นเงิน 3.6 แสนล้านบาท และจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท 

นั่นหมายความว่า ในยามที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากเหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ประเทศไทยก็ยังพอมีเงินหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจจากเงินของคนไทยด้วยกันเองอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ากำลังการซื้อบริการเพื่อการท่องเที่ยวโดยคนไทยด้วยกันเองก็ยังไม่มากพอจะหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศได้ดีเท่ากับอำนาจการซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูตัวเลขรายได้การท่องเที่ยวของปี 2564 เทียบกับรายได้ของปี 2563 ลดลง 21 เปอร์เซ็นต์ (รายได้ปี 2563 อยู่ที่ 4.82 แสนล้านบาท)

เมื่อดูจากข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2562 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อการท่องเที่ยวของไทย และการท่องเที่ยวในทุกประเทศทั่วโลกอย่างมาก

ปัญหาการแพร่ระบาดทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักลง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 

ข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย สะสมระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2563 มีจำนวน 6.7 ล้านคน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ซึ่งมีตัวเลขประมาณ 39.9 ล้านคน หรือลดลงประมาณ 83.2 เปอร์เซ็นต์

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก โดยพบว่าช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2563 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 332,013 ล้านบาทลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 1,911,808 ล้านบาท (ลดลง 82.6 เปอร์เซ็นต์) 

กล่าวได้ว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19ที่มีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย เช่น โรงแรมร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา รถเช่า ร้านขายของที่ระลึก และมัคคุเทศก์ ทำให้คนในแวดวงธุรกิจต่างๆ ตกงานเป็นจำนวนมาก และพบว่ามีการปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก 

จึงกล่าวได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นเมื่อขาดรายได้จากการท่องเที่ยวจึงส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่นๆ อันเกิดจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น คำสั่งปิดเมือง (Lock down) ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การประกาศปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง ตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้น 

มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวและการจองห้องพัก และยังพบว่า

หน่วยงานต่างๆ ยกเลิกการจัดประชุมสัมมนาในโรงแรมส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างหนัก

เมื่อพิจารณาอัตราการเข้าพักในปี 2563 เทียบกับอัตราการเข้าพักในช่วงเดียวกันของปี 2562 พบว่าอัตราการเข้าพักลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2563 ซึ่งมีอัตราเข้าพักอยู่ที่ 2.26 และ 3.83 และ 13.43 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค จะพบว่าแม้อัตราการเข้าพักจะลดลงในทุกภูมิภาคในปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 แต่อัตราการเข้าพักในเขตจังหวัดภาคใต้ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ตามลำดับ

สิ่งที่ระบุมาในข้างต้นนั้นคือภาพจริงในอดีตที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นานนี้ แต่ปัจจุบันภาพจริงภาพใหม่ที่ดูเสมือนกำลังจะเข้ามาลบภาพเดิม เพราะตั้งแต่รัฐบาลไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่ยกเลิก Test and Go ทำให้มีผู้เดินทางเข้าไทยด้วยเครื่องบินมากขึ้น โดยพบว่าวันที่ 1-21 พฤษภาคม มีผู้เดินทางเข้าไทย 367,449 คน เฉลี่ยวันละ 2 หมื่นคน 

เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นลำดับก็ทำให้เกิดความหวังว่าจะเร่งและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้าไทยมากยิ่งขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดหมายว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2565 นี้ ซึ่งปกติถือว่าเป็นช่วง Low Season ด้านการท่องเที่ยวของไทย แต่น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อเดือน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมาจากประเทศที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนัก เช่น อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศต่างๆ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องบิน และคาดการณ์ว่าในช่วงHi Season จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน โดยจะมีนักท่องเที่ยวจากระยะไกล เช่น ยุโรป สหรัฐฯ เข้ามาด้วย และก็คาดว่าในช่วงตรุษจีนปีหน้า จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้น เป็นลำดับ 

อย่างไรก็ตาม ททท. คาดหมายว่าในปี 2565 นั้น จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน และคาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยรวมประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 

สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2565 ที่ 1.5ล้านล้านบาท คิดเป็นการฟื้นตัว 50% เมื่อเทียบกับปี 2562ก่อนเจอวิกฤตโควิด-19 

และคาดว่าในปี 2566 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยจำนวน 20 ล้านคน 

ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดหวังดังที่ได้นำเสนอมานี้ เป็นตัวเลขที่ทำให้ประเทศไทยมีความหวังว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และก็คาดหวังว่าตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้นี้จะบรรลุเป้าประสงค์ แต่ทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่ความพยายามของรัฐบาล และคนไทยทุกคนที่จะทำให้ความหวังนี้เป็นจริงด้วย เพราะหากรัฐบาลและคนไทยทุกคนทำให้เกิดความเป็นปกติแบบใหม่ (New Normal)ในประเทศของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Tags: newsข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ
Share40Tweet25SharePin9
Previous Post

ความเชื่อบารมี 'หลวงปู่แสง' ช่วงทำพิธีพระปรางนาคปรกเกิดพระอาทิตย์ทรงกลด 9 นาที

Next Post

ปภ.เผยเกิดวาตภัยในพื้นที่ 11 จว.ไม่มีผู้เสียชีวิต เร่งให้ความช่วยเหลือ

อำนาจเจริญ

อำนาจเจริญ

พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขาแสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม

ประกาศจากทางเว็บไซต์

  • ข้อมูลข่าวเป็นการกระจายข้อมูลทั่วไปสู่ผู้รับบริการจาก ผู้ให้บริการ ผ่านระบบ RSS
  • ข้อมูลผู้ประกอบการอ้างอิงจากข้อมูลเปิดภาครัฐ (Government Open Data)
  • ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และตรวจสอบความถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ dbd.go.th
  • ข้อมูลสำหรับติดต่อเพิ่มเติมเช่นเบอร์โทร เว็บไซต์ของผู้ประกอบการ รวบรวมมาจากผลการค้นหาจากข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะในอินเตอร์เน็ต
  • ข้อมูลที่ท่านเห็นบนเว็บไซตแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ/กิจการ/ร้านค้า เท่านั้น มิได้มีเจตนาในการใช้ในทางมิถูกต้อง ถ้าท่านพบว่า มีข้อมูลของท่านและไม่อยากให้ทางเว็บช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ท่านสามารถส่งข้อความให้ทางเว็บ นำออก จากเว็บไซต์ ได้ที่นี่ >>> ติดต่อเรา

  • บทความ แนะนำ

    ชาวอุบลฯ ราว 20,000 คน ส่งเสียงเชียร์ ‘นายกฯ เชน’ กระหึ่ม เพื่อไทย 'ยศชนัน' ประกาศ ‘คนไทยต้องไร้จน’

    ยศชนันฟีเวอร์! ทัวร์อีสาน 3 วัน 8 จังหวัด คนแห่รับแน่นทุกเวที 'เพื่อไทย' กางแผนชุบชีวิตคนล้ม ล้างหนี้-ปราบโกง-อัปเกรด 30 บาท

    'ยศชนัน' ประกาศชัด พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ปิดทัวร์อีสาน '3 วัน 8 จังหวัด' คึกคัก

    'ยศชนัน' ทัวร์อีสาน 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวที ประกาศพร้อมเป็น 'นายกรัฐมนตรีคนที่ 33' ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง

    'ยศชนัน' ปราศรัยศรีสะเกษชูนโยบายรดน้ำที่ราก แก้หนี้ทั้งระบบ – สร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวัน – เพิ่มมูลค่าหอมแดง

    ความไว้ใจจากอีสาน พลังงานจากกระติ๊บข้าวเหนียว และความรักของพี่น้องประชาชน 'ยศชนัน' พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33

    “ยศชนัน”ฟีเวอร์มุกดาหาร-อำนาจเริญ! 8 กพ.ขอเลือกทั้งคนทั้งพรรค

    'ไทยก้าวใหม่' เปิดเวทีปราศรัยโคราช 'ดร.เอ้' ลั่น หากเป็นนายกฯ คุมงานรถไฟความเร็วสูงเอง

    กกต. ประกาศสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ทั่วประเทศ

    เตือนระวังโรคหัด หลังพบผู้ป่วยแล้วพันราย แนะรีบพาบุตรหลานรับวัคซีน

    'ประภาพร' จี้ 'อนุทิน' สนใจปัญหาน้ำท่วม ปริมาณน้ำปริมเขื่อน อย่ามั่วแต่พาพ่อไปกินข้าวในทำเนียบ พาภรรยาไปลอยกระทง

    ประกาศฉบับ 12 พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” อ่อนกำลังเป็นโซนร้อนแล้ว เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

    หมวดบทความ

    การก่อสร้าง การค้าวัสดุก่อสร้าง การติดตั้งไฟฟ้าสายหลัก การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตน้ำแข็ง การผลิตแบตเตอรี่ การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การหีบฝ้าย ปั่นนุ่น กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริษัท ร้านค้า วิถีชีวิต สถานศึกษา สพป.อำนาจเจริญ สพม.เขต 29 หน่วยงานราชการ อำนาจเจริญ เอสเอ็มอี แหล่งท่องเที่ยว โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป

    เกี่ยวกับเรา เว็บอำนาจเจริญ



    เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

    Unable to open file!