
‘กมธ.แก้หมูแพง’ เดินหน้าช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร วอนรัฐให้ย้ายหมูข้ามจังหวัดได้
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชน จากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ปรับตัวสูงขึ้น สภาผู้แทนราษฎร และนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะ กมธ. ร่วมกันแถลงผลการประชุมของ กมธ.
นายวัชรพลกล่าวว่า สืบเนื่องตั้งแต่วันที่เริ่มตั้ง กมธ.จนถึงวันนี้จะเห็นว่าหมูมีราคาลดลงด้วยกลไกของการตลาด แต่การพิจารณาของ กมธ.ยังไม่จบ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น โดยปัญหาที่ทำให้หมูมีราคาแพงมากขนาดนี้จะต้องมีเหตุผลและกลกระบวนการต่างๆ ที่เราจะต้องสืบหาความจริง ซึ่งวันนี้มีการประชุม โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุม โดย กมธ.มีข้อสรุปดังนี้ ขอให้กระทรวงการคลังสั่งการไปยังธนาคารที่อยู่ในกำกับบรรเทาผลกระทบจากการถูกฟ้องร้องการเลี้ยงสุกร ขอให้กรมปศุสัตว์นำรายละเอียดการเยียวยาแต่ละจังหวัดมาให้ กมธ.รับทราบ ขอให้กรมการค้าภายในแจ้งสต๊อกสุกรในโกดังห้องเย็นว่าอยู่ที่ใดบ้าง ถูกต้องหรือไม่ ขอให้กรมปศุสัตว์นำเสนอข้อมูลต้นทุนอาหารสัตว์ และการผลิตลูกสุกร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบและตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งแจ้งสูตรการคิดราคาต้นทุนด้วย และขอให้ กมธ.ทั้ง 5 คนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ ออกไปสำรวจราคาหมูในตลาดแล้วนำมาเสนอในที่ประชุม
ด้านนายเอกชัยกล่าวว่า สำหรับการทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังนั้น เนื่องจาก กมธ.ได้ศึกษาปัญหาของเกษตรกร พบว่าเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากประสบปัญหาโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทำให้ต้องปิดฟาร์ม น็อกหมู และไม่สามารถกลับมาเลี้ยงใหม่ได้ แต่ปัญหาที่ซ้ำเติมเกษตรคือการถูกฟ้องล้มละลายจากธนาคารเอกชน นายประภัตรจึงจะทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอความร่วมมือให้ส่งหนังสือไปยังทุกธนาคารถึงกรณีโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ให้เกษตรกรสามารถรีไฟแนนซ์กับธนาคารของรัฐได้ เพื่อให้เกษตรกรไม่ถูกฟ้องร้องล้มละลาย
นางบุญยิ่งกล่าวว่า ขณะนี้ราคาหมูแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน เนื่องจากบางจังหวัดได้รับความเสียหายมากทำให้มีสุกรน้อยราคาจึงสูง บางจังหวัดเสียหายน้อยจึงเหลือสุกรจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถนำหมูข้ามจังหวัดให้จังหวัดที่ขาดแคลนได้ ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อยากฝากภาครัฐช่วยดูแล ให้สามารถนำหมูมาขายซึ่งกันและกันได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งขณะนี้ราคาหมูที่ขายหน้าฟาร์มกำลังลงมาอยู่ในราคาที่ผู้เลี้ยงสุกรบางจังหวัดขาดทุน จึงอยากให้กรมการค้าภายในช่วยดูว่าผู้บริโภคซื้อหมูชำแหละในราคาที่ถูกต้องตามภาวะตลาดในปัจจุบันนี้หรือไม่
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่
